ไม้ยืนต้น โตไม่ทันใจแต่ทำไมถึงปลูกกัน?

ไม้ยืนต้น โตไม่ทันใจแต่ทำไมถึงปลูกกัน?

ต้นกระดาษ

ไม้ยืนต้น โตไม่ทันใจแต่ทำไมถึงปลูกกัน?

ไม้ยืนต้น มีลักษณะเป็นไม้ลำต้นเดียวทอดสูง ขนาดใหญ่ ลำต้นตรง แตกกิ่งบริเวณยอด มีลักษณะเป็นใบพุ่ม มีอายุมากกว่า 3 ปีขึ้นไป สูงเกิน 5 เมตร ต้นที่มีความสูงเกิน 10 เมตร จะเรียกว่าไม้ยืนต้นขนาดสูง และหากต่ำกว่า 10 เมตรลงมาถึง 5 เมตร จะเรียกว่าเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง

ประโยชน์ของไม้ยืนต้น

เนื่องจากไม้ยืนต้น เป็นไม้ที่มีเนื้อไม้มาก ลำต้นตรง พุ่มใบอยู่บริเวณปลายยอด ทำให้ง่ายต่อการนำมาใช้ ตัดฟันง่าย สะดวกต่อการขนส่ง

การใช้ประโยชน์จากไม้ มีการใช้ประโยชน์ได้จากหลายรูปแบบ เราอาจจะใช้ประโยชน์จากลำต้นโดยตรง เช่น การนำท่อนไม้ไปทำสิ่งก่อสร้าง เป็นเสาบ้าน เป็นสะพาน หรืออาจจะนำไม้เข้าสู่กระบวนการแปรรูป ให้เป็นแผ่นเรียบ เพื่อให้เอื้อต่อการนำไปใช้ในกระบวนการประกอบฝาบ้าน พื้นบ้าน หรือเฟอร์นิเจอร์ ทำให้ได้ชิ้นงานที่เรียบร้อยสวยงาม เป็นระเบียบ โดยไม้แบบนี้จะผ่านการเอาเปลือกไม้ออก และใช้แต่เนื้อไม้ด้านใน เปลือกไม้ที่ได้ก็สามารถนำไปใช้ประโยชน์อื่นได้ ใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าเป็นต้น นอกจากนี้แล้ว การนำเนื้อไม้ไปผ่านกระบวนการแยกเส้นใย ก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง ที่เราเลือกใช้ประโยชน์จากไม้เหล่านี้ เส้นใยเหล่านี้สามารถนำไปต่อยอดผลิตสิ่งต่างๆออกมาได้มากมาย ยกตัวอย่างที่เห็นกันได้ทั่วไปใกล้ตัว ก็เช่น แพคเกจจิ้งของสินค้าอุปโภคบริโภค กระดาษทิชชู่ เป็นต้น นอกเหนือจากที่กล่าวมาไปกว่านั้นอีก ก็คือ การใช้ประโยชน์จากยางไม้ หรือน้ำมันในเนื้อไม้ เพื่อผลิตน้ำมันหอมระเหย

จะเห็นได้ว่าประโยชน์จากต้นไม้ยืนต้นเหล่านี้เข้ามาแทรกซึมอยู่ในชีวิตประจำวันของเราทั้งทางตรงและทางอ้อม มีทั้งประโยชน์ในแง่ของการนำไปใช้งาน และประโยชน์ในแง่ของการเสริมคุณภาพชีวิตมนุษย์โดยการให้ร่มเงา อากาศบริสุทธิ์ และสร้างสมดุลระบบนิเวศ

แน่นอนว่าไม้ยืนต้นที่สร้างประโยชน์ได้นานับประการเช่นนี้ ย่อมส่งผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ในแนวทางปฏิบัติเราควรจะใช้ประโยชน์จากไม้ยืนต้นที่เราปลูก และเมื่อเหลือจากการใช้ เราจึงค่อยนำไปขาย การปลูกไม้เพื่อตั้งใจใช้ประโยชน์จากมันโดยตรงก็เป็นสิ่งที่มนุษย์ทำอยู่ในปัจจุบัน แต่ความต้องการใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้เพิ่มขึ้น ด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ปลูกที่มีอยู่อย่างจำกัด ความรู้ความเชี่ยวชาญในการปลูก ข้อจำกัดในเรื่องของระยะเวลาที่ใช้ในการเจริญเติบโตจนถึงอายุที่นำมาใช้งานได้

ด้วยเหตุผลเหล่านี้น้อยคนนักที่จะมีปัจจัยครบและลงมือทำเอง เมื่อต้องการใช้ เช่น ผมอยากได้ไม้สัก 1 แผ่น เพื่อเอามาทำโต๊ะกินข้าว ผมคงไม่เริ่มต้นด้วยการไปหาเมล็ดพันธุ์มาปลูก คอยดูแลรดน้ำ รอจนกระทั่งไม้ครบอายุ 5 ปีหรือมากกว่านั้น และค่อยตัดไม้มาทำโต๊ะอย่างที่ผมอยากได้

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ การตกลงแลกเปลี่ยนเพื่อให้ต่างฝ่ายต่างได้สิ่งที่ตนเองต้องการ คุณมีพื้นที่ปลูก มีไม้เยอะ มีไม้ที่อายุครบพร้อมใช้ มีคนต้องการไม้นำไปใช้งาน ก็เข้ามาตกลงแลกเปลี่ยนกัน ทำการซื้อขาย นี่คือปัจจุบันสังคมที่เกิดขึ้น ด้วยกระบวนการแบบนี้ จึงก่อให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เริ่มจากระดับเล็กๆ ค่อยๆขยับขยายสู่ระดับใหญ่ ต่อชุมชน ต่อจังหวัด และต่อประเทศเป็นลำดับไป

ยังมีพื้นที่จำนวนมากที่ไม่ได้ถูกใช้ประโยชน์ใด หรือใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากเป็นดินที่มีปัญหา และมีสภาพดินที่ไม่เหมาะสมกับการทำการเกษตร ต้นไม้แต่ละชนิด เหมาะกับสภาพดินที่แตกต่างกันไป เมื่อเราเลือกต้นไม้มาปลูกไม่เหมาะกับสภาพดินที่เรามี ผลผลิตที่ได้ก็ดูจะไม่คุ้มค่า ไม่คุ้มทุน ทำให้หลายๆครั้งต้องยอมถอย และปล่อยให้เป็นที่รกร้างอยู่แบบนั้น อย่างน้อยก็ไม่เสียเงินต้นทุนมากขึ้น เพื่อปรับหน้าดิน บำรุงดิน และไม่รู้ว่าทนปลูกต่อไปจะสร้างรายได้ หรือเข้าเนื้อกันแน่ ไม้ยืนต้น หลายชนิดถูกกำหนดให้เป็นไม้เศรษฐกิจ และไม้ยืนต้นเหล่านี้ หลายๆชนิดสามารถปลูกได้บนพื้นที่ที่มีปัญหา นี่เป็นเรื่องที่น่าสนใจ

ถึงแม้ไม้บางประเภทจะมีรอบตัดฟันยาวนาน แต่มูลค่าไม้เหล่านั้นสูงมากเลยทีเดียว เช่น พยูง ประดู่ สัก ไม้เหล่านี้เป็นไม้ที่แข็งแรงทนทานสวยงาม จึงทำให้เป็นที่นิยมอย่างสูงทั้งใน และต่างประเทศ ไม้เหล่านี้ต้องใช้เวลามากกว่า 10 ปี จึงจะนำมาใช้งานได้ หากจะให้รอบน้อยกว่านั้นต้องปลูกไม้โตเร็วชนิดอื่น เช่น ต้นกระดาษ สนประดิพัทธ์ กระถินเทพา ยูคาลิปตัส ไม้โตเร็วเหล่านี้มีรอบตัดฟันอยู่ที่ประมาณ 3-5 ปี

อย่างไรก็ตาม การปลูกไม้ยืนต้นบางชนิดที่เป็นไม้เศรษฐกิจมีมูลค่าสูง ยังคงต้องปลูกและตัดกันอย่างระมัดระวัง เนื่องจากมีกฎหมายป่าไม้บังคับใช้อยู่ การปลูกไม้โตเร็วที่เป็นไม้ต่างถิ่นนอกเหนือจากกฎหมาย จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
ต้นกระดาษ

ไม้ยืนต้น ไม่เพียงแต่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ตลอดอายุของมันยังสร้างประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ในทุกลมหายใจ ทุกวันนี้ธรรมชาติถูกทำลายไปมาก หลักใหญ่ก็คือต้นไม้ ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดสำคัญของหลายๆสิ่ง หากการสร้างพื้นที่สีเขียวควบคู่ไปกับการสร้างเศรษฐกิจได้อย่างสมดุล ความเป็นอยู่ของมนุษย์เราคงจะดีขึ้นไม่น้อย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *