รถไฟไหม้ !! ต้องรีบทำอะไรบ้าง ??

รถไฟไหม้ !! ต้องรีบทำอะไรบ้าง ??

รถไฟไหม้ ถังดับเพลิง
รถไฟไหม้ ถังดับเพลิง ผงเคมีแห้ง BF2000 สารสะอาด
จากเหตุการณ์สลดที่คร่าชีวิตผู้ใช้รถใช้ถนนตามข่าวทีวีที่ออกมามากมาย ซึ่งหลายๆเหตุการณ์นั้นเกิดจากสาเหตุไฟไหม้รถยนต์ลุกลาม จนเป็นเหตุให้เกิดการศุนย์เสียทรัพย์สินมากมาย หรือเลวร้ายสุดๆทำให้มีผู้เสียชีวิต หลายคนคงเกิดความสงสัยว่าทำไมรถยนต์ถึงเกิดไฟลุกไหม้ มันเกิดจากอะไรและมีวิธีป้องกันหรือรับมือได้อย่างไร
การเกิดไฟไหม้รถยนต์ ได้นั้นมีหลักการโดยปกติคือ “เมื่อเชื้อเพลิงมาพบกับประกายไฟ เมื่อนั้นก็มีโอกาสที่เกิดไปไหม้ได้ทุกที่” โดยรถยนต์ที่เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นมากนั้น เกิดจากสาเหตุหลักอยู่ 2 ประการใหญ่ๆ คือ
  1. การรั่วไหลของเชื้อเพลิง ไม่ว่าจะเป็นรถติดแก๊ส หรือ รถยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงล้วนมีส่วนทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้ทั้งคู่ ซึ่งส่วนใหญ่อาจเกิดขึ้นหลังจากการเกิดอุบัติเหตุอย่างรุนแรง ชิ้นส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้องกับส่วนของเชื้อเพลิง ตั้งแต่ระบบการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงมีการขาดหรือรั่ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่อต่างๆมีโอกาสหลุดหรือขาดได้ง่ายไปจนถึงขั้นรุนแรงระดับร้ายแรงคือถังน้ำมันรั่วหรือเกิดการฉีกขาดเมื่อเกิดการชนอย่างรุนแรง เป็นสาเหตุให้มีน้ำมันเชื้อเพลิงรั่วออกมาอย่างรวดเร็ว สำหรับรถที่จอดอยู่เฉยๆก็ยังมีโอกาสเกิดเพลิงไหม้ได้เช่นกัน หากชิ้นส่วนต่างๆเกิดการสึกหรอ ชำรุด ฉีกขาด ทำให้เกิดการหยดหรือรั่วไหลของน้ำมันเชื้อเพลิง ตรงนี้ก็เสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้เช่นกัน
  2. การเกิดประกายไฟ ส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดไฟไหม้รถยนต์ ซึ่งรถยนต์ทุกคันนั้นมีระบบไฟฟ้าเป็นตัวควบคุมการทำงานต่างๆของรถยนต์และจ่ายไฟหล่อเลี้ยงอุปกรณ์ต่างๆมากมาย มีแบตเตอรี่เป็นตัวเก็บประจุไฟฟ้าหลัก เมื่อเกิดรั่วของไฟฟ้าหรือรัดวงจรขึ้นก็ทำให้เกิดประกายไฟ เป็นสาเหตุให้ไฟลุมลามไปยังเชื้อเพลิงที่รั่วไหลอยู่กลายเป็นเหตุสลดที่เราเป็นในทีวี ดังนั้นเราต้องหันมาใส่ใจระบบไฟฟ้าและระบบเชื้อเพลิงให้มากขึ้น ควรติดตั้งถังดับเพลิงติดรถยนต์ไว้ป้องกันอีกชั้น ซึ่งสามารถช่วยเหลือรถคันอื่นๆที่เกิดเหตุเพลิงไหม้บนถนน เพื่อป้องกันเหตุเพลิงไหม้ที่อาจเกิดขึ้นได้กับทุกคนทุกเวลา
วิธีป้องกันไฟไหม้รถยนต์
การตรวจเช็ครถยนต์ของเรา หรือนำรถเข้าตรวจสอบสภาพเป็นประจำ เป็นวิธีง่ายๆที่จะช่วยลดความเสี่ยงต่างๆ เช่น รถเสีย รถเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงการเกิดไฟไหม้รถยนต์ด้วย ยอมเสียเวลาเล็กน้อยเปิดฝากระโปรงรถยนต์เพื่อตรวจสอบดูสักนิดเพื่อความปลอดภัย
สำหรับรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง มี 2 ขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้
  1. ตรวจดูร่องรอยของการรั่วซึม ของน้ำและคราบน้ำมันตามจุดต่างๆบริเวณห้องเครื่องยนต์ และพื้นถนนจุดที่เราจอดรถเป็นประจำ ตรวจเช็คสภาพสายไฟของตัวรถว่าไม่มีการเปื่อยการฉีกขาด โดยหนูกัดแทะ ให้อยู่ในสภาพที่ดีไม่ฉีกขาดจนเห็นลวดทองแดง ดูท่อทางเดินน้ำมันว่าหมดสภาพหรือมีร่องรอยการฉีกของหรือไม่ ถ้ามีตรงไหนผิดปกติควรเปลี่ยนใหม่ให้เรียบร้อย
  2. ตรวจเช็คสภาพแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอ ถ้าแบตเตอรี่มีอาการบวมหรือน้ำกรดรั่วออกมาแล้ว ไม่ควรใช้งานต่อ ขั้วแบตเตอรี่ที่หลวมก็ส่งผลเสียต่างทั้งอุปกรณ์ต่างๆของรถยนต์ อีกทั้งอาจทำให้แบตเตอรี่ระเบิดหรือเกิดประกายไฟ ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดไฟไหม้รถยนต์ได้ ถ้าหากมีส่วนใดส่วนหนึ่งผิดปกติ ไม่ควรที่จะปล่อยไว้อย่างเด็ดขาด เพราะหากเกิดไฟไหม้ขึ้นมา รถยนต์อาจจะเสียหายทั้งคัน จนเป็นซากที่ไร้มูลค่า และไม่เหลืออะไหล่ให้คุณซ่อมแซมแน่ๆ
แบตเตอรี่ ไฟไหม้รถ
แบตเตอรี่ ไฟไหม้รถ ฟื้นฟูแบตเตอรี่
สำหรับรถยนต์ที่ใช้ระบบแก๊ส / ติดตั้งระบบแก๊ส ซึ่งเป็นสาเหตุส่วนใหญ่ของไฟไหม้รถยนต์มาโดยตลอด ยิ่งต้องคอยตรวจเช็คอุปกรณ์ต่างๆอย่างสม่ำเสมอ 5 ข้อหลักดังนี้
  1. ตรวจเช็ครอยรั่วซึมของแก๊ส ตามข้อต่อและจุดต่างๆ อย่างน้อยสุดปีละ 1 ครั้ง โดยใช้เครื่องตรวจแก๊สรั่วหรือง่ายๆคือใช้น้ำยาล้างจานผสมกับน้ำทาบริเวณจุดเสี่ยง ถ้ามีการรั่วซึมจะมีฟองอากาศเกิดขึ้น
  2. ไม่ควรดัดแปลงอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบจ่ายแก๊ส หากเกิดปัญหาในการใช้งานให้รีบติดต่อศูนย์บริการที่ดูแลที่ติดตั้งระบบแก๊สทันที
  3. อุปกรณ์ที่ติดตั้งระบบแก๊สควรใช้ของใหม่ที่มีมาตราฐานรับรองและติดตั้งจากสถานที่ที่ได้รับอนุญาติจากกรมขนส่งโดยตรง ท่อทองแดง ท่อยาง และสายไฟที่ผ่านการใช้งานมาแล้วไม่ควรนำมาใช้ซ้ำทำให้เกิดอันตราย
  4. ควรมีน้ำมันเชื้อเพลิงสำรองในถังไว้อย่างน้อย 1/4 ของถังอยู่เสมอ เพื่อป้องกันความเสียหายต่อระบบน้ำมันหรือท่อยางต่างๆในระบบน้ำมัน ท่อต่างๆไม่มีควรมีรอยแตกลายงา รถที่มีการใช้งานมานานมากๆควรทำการหยุดการทำงานของปั้มน้ำมันเชื้อเพลิงขณะที่เรากำลังใช้งานระบบแก๊สอยู่
  5. ควรเปลี่ยนหัวเทียนจุดระเบิดทุกๆ 30,000 กิโลเมตร สายหัวเทียน คอล์ยจุดระเบิดที่หมดอายุอาจจะเกิดไฟฟ้ารั่วลงกราวได้ คือตัวสาเหตุชั้นดีของการเกิดประกายไฟในห้องเครื่องยนต์ ควรเปลี่ยนทันที
ตรวจเช็คเครื่องยนต์
ตรวจเช็คเครื่องยนต์ ไฟไหม้รถ ถังดับเพลิง
หากเกิดเหตุการณ์ขึ้นมา ต้องศึกษา วิธีรับมือไฟไหม้รถยนต์ไว้ก่อน มีหลักๆ 4 ข้อดังนี้
1.ตั้งสติ
ตั้งสติให้ดี ให้ได้ก่อน แล้วค่อยสังเกตุว่าต้นเพลิงหรือควันเกิดจากตำแหน่งไหนของรถยนต์ ซึ่งส่วนใหญ่จะมาจากทางห้องเครื่องยนต์ ซึ่งถ้ารถยนต์ยังมีการเคลือนที่อยู่ให้นำรถจอดเข้าข้างทางทันทีก่อนที่จะปลดเกียร์ว่างและเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉิน หลังจากนั้นให้ดับเครื่องยนต์พร้อมดึงกุญแจออกมาด้วย กดปุ่มหรือดึงคันโยกเปิดฝากระโปรงหน้ารถเอาไว้เตรียมการดับไฟและวิเคราะห์สถานการณ์ต่อ
2.ดับไฟอย่างถูกวิธี
ถ้ารถของเราหรือรถข้างเคียงมีอุปกรณ์ถังดับเพลิง ถังดับเพลิงพกพาขนาดเล็กๆ ติดรถก็ให้เตรียมเอาไว้ในมือ (ควรมีติดรถยนต์ไว้ทุกคัน) วิธีดับไฟด้วยถังดับเพลิงติดรถให้คุณดึงสลักนิรภัยออกจากวาล์วถังดับเพลิงและค่อยๆฉีดผ่านเข้าไปทางช่องฝากระโปรงที่แง้มช่องอยู่ ห้ามเปิดฝากระโปรงขึ้นมาในขณะที่ไฟยังไหม้อยู่โดยเด็ดขาด เพราะถ้าเปิดขึ้นมาอากาศก็จะเข้าไปสู่ภายในทำให้ไฟลุกไหม้โหมรุนแรงจนเกินกว่าจะควบคุมได้ และอาจโหมรุนแรงเข้าหาตัวของคุณจนให้ได้รับบาดเจ็บรุนแรงได้ วิธีที่ถูกต้องคือให้ค่อยๆฉีดถังดับเพลิงเข้าไปจนกว่ามั่นใจว่าไฟเริ่มเบาลง จึงค่อยๆเปิดฝากระโปรงรถยนต์ขึ้นเพื่อฉีดถังดับเพลิงให้ทั่วอีกครั้งจนไฟดับสนิท ทีสำคัญอย่าลืมหาผ้ามาพันมือก่อนเปิดฝากระโปรงรถที่มีความร้อนสูงมาก โดยนำไปชุบน้ำช่วยอีกแรงไม่งั้นมือของคุณพองแน่นอน
3.ไฟสงบลงแล้วถอดขั้วแบตเตอรี่
เพื่อไม่ให้เกิดประกายไฟขึ้นมาอีกครั้งแม้จะมีความมั่นใจว่าไฟดับแล้วก็ตาม เพราะส่วนใหญ่ไฟที่ไหม้รถยนต์เกิดจากระบบไฟฟ้าของรถยนต์และแบตเตอรี่ก็เป็นแหล่งเก็บประจุไฟฟ้าหลักของรถยนต์ เราจึงควรรีบถอดขั้วแบตเตอรี่ออกหลังไฟดับลง เพื่อไม่ให้เกิดประกายไฟและเกิดไฟประทุซ้ำอีก ป้องกันไว้ก่อนสำคัญที่สุด
4.ถ้าไม่ไหวให้หนีก่อน
มีความเชื่อว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเฉพาะหน้าแบบนี้โดยเฉพาะเหตุไฟไหม้นั้นบางทีเมื่อเกิดกับตัวจริงๆ ส่วนมากจะตกใจจนทำอะไรไม่ถูก สิ่งที่ดีที่สุดคือตัวของคุณต้องตั้งสติให้ดีและรีบออกมาจากรถให้ไวก่อน จากนั้นค่อยหาทางช่วยเหลือคนที่อาจติดอยู่ในรถ ตามด้วยการเรียกคนมาช่วยเหลือ แจ้งตำรวจและหน่วยดับเพลิงกู้ภัยมาช่วยทันที
อ่านบทความต่อ >> www.ถังดับเพลิงออนไลน์.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *